Posted on

เลือกน้ำมันเครื่อง ซื้อแบบไหนดี

น้ำมันเครื่อง แบบไหนดี

      เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตอนไหนดี เป็นหนึ่งในคำถามสำคัญที่พบบ่อยมาก ซึ่งที่จริงแล้วก็มีคำแนะนำในเรื่องนี้อยู่ครับ

น้ำมันเครื่อง แบบไหนดี

      เลือกน้ำมันเครื่อง ซื้อแบบไหนดี ก่อนอื่นมีคำแนะนำในเรื่องนี้หลักๆอยู่ 3 ประเด็น ที่จะช่วยให้เราเลือกซื้อน้ำมันเครื่องได้เหมาะสมกับการใช้งานที่สุด มาดูเลยว่ามีอะไรบ้าง

เลือกน้ำมันเครื่อง ประเภทไหนดี

      เลือกน้ำมันเครื่อง ประเภทไหนดี เป็นหนึ่งในโจทย์ที่ง่ายที่สุด ซึ่งอันดับแรกที่เราจำเป็นต้องทราบเลยคือ น้ำมันเครื่องที่เราจะเลือกซื้อนั้น มันเหมาะสมสำหรับเครื่องยนต์ประเภทไหน
      ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน เราก็ควรจะเปลี่ยนถ่ายเครื่องยนต์เบนซิน และถ้าเป็นน้ำมันเครื่องดีเซลก็ควรเปลี่ยนถ่ายสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลเช่นกัน เป็นการเลือกที่ให้ตรงประเภทใช้งานที่สุดแล้ว
      อย่างไรก็ตาม ถ้ามีกรณีฉุกเฉิน ที่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องโดยไม่สามารถเลือกประเภทที่ตรงกันได้ เช่น น้ำมันเครื่องรั่ว แล้วต้องหาเติมชั่วคราวไปก่อน เราก็ใช้อีกแบบแทนได้ เท่าที่เราหาได้ในเวลานั้น แต่มันสามารถเติมได้เพียงชั่วคราวเท่านั้นนะครับ หลังจากนั้นควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้ถูกต้อง จะเป็นการดีที่สุด

เลือกน้ำมันเครื่อง จากเกรด

      โดยทั่วไปแล้ว น้ำมันเครื่องจะมีอยู่ 3 ประเภทด้วยกันคือ
เกรดสังเคราะห์แท้ เป็นน้ำมันเครื่องที่จัดว่ามีคุณภาพดีที่สุด และราคาสูงมากที่สุดด้วย โดยคุณสมบัติแล้ว จะช่วยเสริมสมรรถนะเครื่องยนต์ได้ดีมาก เหมาะกับรถใหม่
      ส่วนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง แนะนำที่ระยะทางประมาณ 10,000 – 15,000 กิโลเมตร เกรดกึ่งสังเคราะห์ เป็นตัวที่มีคุณภาพรองลงมาจากเกรดบน และราคาถูกกว่า
      ส่วนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง แนะนำที่ระยะทางประมาณ 5,000 – 7,000 กิโลเมตร เกรดธรรมดา เป็นเกรดที่ด้อยกว่าทั้งสองแบบแรก แต่ไม่ค่อยพบเห็นแล้ว และไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้เปลี่ยน
      สำหรับรถยนต์ที่ใช้งานมาแล้วหลายปี หรือค่อนข้างเก่า แนะนำเกรดกึ่งสังเคราะห์ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้วครับ

เลือกและพิจารณาจากค่าความหนืด

      ให้ตรวจสอบ ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง ซึ่งจะมาพร้อมกับฉลากแกลลอนที่แปะติดไว้ เช่น ตัวเลข 0W-30, 0W-40, 5W-30, 0W-40, 15W40 เป็นต้น ซึ่งค่าพวกนี้ จะใช้อธิบาย ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง
      วิธีดูก็ง่ายมาก เช่น ตัวเลข 30 แสดงว่าน้ำมันมีความหนืดน้อย หรือใสมาก จึงเหมาะกับรถยนต์ที่เพิ่งซื้อใหม่หรือเพิ่งนำมาใช้งาน ในขณะที่ตัวเลขยิ่งมาก ก็ยิ่งหนืดมากไปด้วย เหมาะกับรถยนต์เก่าที่ใช้นานหลายปีหรือรอบวิ่งสูง
      อย่างไรก็ตามตัวอักษร W นั้นหมายถึง Winter หรือหน้าหนาว ซึ่งเราจึงไม่ต้องใส่ใจกับตัวเลขด้านหน้า ให้เราโฟกัสที่ตัวเลขด้านหลังเพียงอย่างเดียว (เพราะไทยเราเป็นเมืองร้อนอยู่แล้ว)

      เมื่อทราบวิธีการเลือกจากการประเมินทั้งสามรูปแบบแล้ว ก็สามารถเลือกซื้อน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับเราได้แล้ว